วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2556

นิทานเรื่องอึ่งอ่างกับวัว

นิทานภาษาอังกฤษ

Once upon a time, there was an ox who was walking in a swampy field.

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีวัวตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในทุ่งนาที่มีน้ำขัง

In the field, many young bullfrogs were playing.

ในทุ่งนานั้นก็มีพวกลูกๆอึ่งอ่างกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

While grazing, the ox stepped on many young bullfrogs causing them to be dead.

ระหว่างหากิน วัวตัวนั้นก็เหยียบลูกอึ่งอ่างตายเป็นจำนวนมาก

However, a young bullfrog survived.

แต่มีลูกอึ่งอ่างตัวหนึ่งรอดชีวิต

"Oh mother! when we playing, there was a very big animal treading on most of us to dead" the young bullfrog said.

"แม่ครับ ตอนที่พวกเรากำลังเล่นกันอยู่ก็มีสัตว์ตัวใหญ่มหึมาเหยียบพวกเราตายหมดเลย" ลุกอึ่งอ่างที่รอดชีวิตกล่าว

"Was the animal very big?" the mother asked.

"ตัวมันใหญ่มากไหม?" แม่อึ่งอ่างถาม

"Was he very this big?" the mother puffed herself out.

"มันใหญ่เท่านี้ไหม" แม่อึ่งอ่างถามขณะพองตัวให้ใหญ่ขึ้น

"It was bigger than that" the young bullfrog said.

"มันใหญ่กว่านั้นอีกครับ" ลูกอึ่งอ่างตอบ

"Really, so was it this big?" the mother bullfrog then puffed herself out.

"จริงรึ งั้นมันใหญ่เท่านี้ไหม" แม่อึ่งอ่างถามขณะพองตัวให้ใหญ่ขึ้นไปอีก

"This isn't half of its size, mother" the young bullfrog said.

"ไม่ถึงครึ่งของมันเลยครับแม่" ลูกอึ่งอ่างตอบ

The mother bullfrog turned a little angry and said "I will puff myself out even larger." and then she did it again.

แม่อึ่งอ่างเริ่มโกรธขึ้นมาและกล่าวว่า "ฉันจะพองตัวให้ใหญ่กว่านี้อีก" แล้วเริ่มพองตัวอีกครั้ง

The young bullfrog shook his head "It was still bigger than this."

ลูกอึ่งอ่างส่ายหัว "มันใหญ่กว่านั้นอีกฮะ"

The mother kept puffing out her body as big as she could.

แม่อึ่งอ่างพองตัวจนถึงขีดสุด

"Was it this size, son?" the mother bullfrog asked again while at the same time puffing herself out.

"มันใหญ่เท่านี้ไหมลูก?" แม่อึ่งอ่างถามลูกขณะพองตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

Suddenly, there was a loud noise. The mother bullfrog had burst herself and fell down and died.

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงดังเกิดขึ้น แม่อึ่งอ่างท้องแตกและตายในที่สุด

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าทำอะไรเกินความสามารถ



วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

นิทานเรื่องทหารกับราชวงศ์

นิทานสั้น

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีนายทหารอาวุโสคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาค่ายทหารแห่งหนึ่งของอาณาจักร วันหนึ่งพระราชาได้นำลูกๆหลานๆซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ของตนมาเข้ารับการฝึกเพื่อเป็นทหาร

"ถึงแม้ว่าคนเหล่านี้จะเป็นลูกๆหลานๆของข้าก็ตาม แต่หากพวกเขาอยากเป็นทหาร ท่านก็จงดูแลพวกเขาให้อยู่ในระเบียบวินัยและพวกเขาก็จะอยู่ภายใต้การบัญชาของท่าน" พระราชากล่าวกับนายทหาร

ต่อมาในระหว่างการฝึก ทหารคนนี้ได้สั่งทหารทุกคนว่า "ขวาหัน" แต่ก็ไม่มีใครสนใจ เอาแต่คุยเล่นและส่งเสียงหัวเราะออกมา

นายทหารอาวุโสจึงกล่าวว่า "ครั้งนี้คงเป็นความผิดของข้าเองที่ไม่บอกกฎเกณฑ์ของทหารให้พวกเจ้าได้รู้ก่อน เอาล่ะ ข้าจะบอกกฎเกณฑ์ให้พวกเจ้าฟังเอง" ว่าแล้วทหารอาวุโสก็เริ่มบอกกฎเกณฑ์ต่างๆของทหาร จนกระทั่งเมื่อพูดจบ เขาจึงสั่งว่า "ขวาหัน" คราวนี้มีคนทำตามแค่บางส่วนเท่านั้น มีบางคนยังคงหัวเราะคิกคักอยู่

นายทหารคนนี้จึงกล่าวว่า "ครั้งนี้เป็นความผิดพวกเจ้าเอง ดังนั้นข้าจะลงโทษพวกเจ้าตามความเหมาะสมเพื่อที่จะไม่เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป" ว่าแล้วก็สั่งให้ลูกน้องจับราชวงศ์ที่ไม่ฟังคำสั่งไปขังคุก จนพระราชาต้องออกมาขอร้องว่าให้ปล่อยตัวเพราะพวกราชวงศ์เคยอยู่แต่ในวัง ไม่เคยประสบความลำบาก เกรงว่าผู้ที่ถูกจับไปจะทนไม่ไหว แต่นายทหารอาวุโสผู้นั้นกลับตอบว่า "ไม่ได้หรอกครับพระราชา กฎก็ต้องเป็นกฎ หากข้ายอมยกโทษเพียงเพราะท่านมาขอร้อง ข้าเองก็ไม่สมควรจะเป็นครูฝึกอีกต่อไป"

หลังจากนั้นมา 7 วัน คนที่ถูกจับก็ถูกปล่อยตัวและไม่มีใครขัดคำสั่งอีกเลย ต่อมาทหารคนนั้นยังได้เป็นถึงแม่ทัพใหญ่อีกด้วย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า กฎย่อมเป็นกฎ

วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นิทานเรื่องเจ้าชายกับแมว

นิทานภาษาอังกฤษ

Once upon a time in a palace, there lived a brave and handsome prince.

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าชายคนหนึ่งทั้งหล่อและกล้าหาญอาศัยอยู่ในปราสาท

The prince loved the cat that he kept. He loved it so much that he didn't want to marry any princess.

เจ้าชายมีแมวอยู่ตัวหนึ่ง เขารักมันมากจนไม่ต้องการที่จะแต่งงานกับเจ้าหญิงคนใดเลย

The cat fell deeply in love with the prince. The cat couldn't eat or sleep as she loved the prince very much but couldn't marry him because she was a cat.

แมวตัวนั้นก็ตกหลุมรักเจ้าชายเช่นกัน มันกังวลจนไม่สามารถกินหรือนอนได้เพราะว่าถึงแม้มันจะรักเจ้าชายมากเพียงแต่ก็ไม่สามารถแต่งงานได้เพราะว่ามันเป็นแค่แมว

The cat kept crying and crying. One day, an angel appeared.

มันเอาแต่ร้องไห้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง นางฟ้าก็ปรากฎตัว

"Oh! poor cat. What happened to you?" the angel asked.

"โอ เจ้าแวผู้น่าสงสาร เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า" นางฟ้าถาม

"I love the prince very much but it's hopeless. I'm just only a cat" the cat replied.

"ข้าตกหลุมรักเจ้าชายมาก แต่ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย ข้าเป็นแค่แมวเท่านั้น" แมวตอบ

The angel felt very sorry for the cat and said to her "I will change you into a very pretty princess but you have to change your whole nature."

นางฟ้ารู้สึกสงสารจึงได้กล่าวว่า "ข้าจะเปลี่ยนเจ้าให้กลายเป็นเจ้าหญิงที่งดงามแต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องละทิ้งสัญชาตญาณแมวของเจ้าให้ได้"

"I won't show any signs that I'm a cat" the cat promised.

"ได้สิ ข้าจะไม่ให้ใครรู้เลยว่าข้าเป็นแมว" แมวตอบ

"Good! You have to keep your promise, otherwise you will turn back into a cat again" the angel warned.

"ดีมาก เจ้าต้องรักษาสัญญาให้ดีล่ะ มิเช่นนั้นเจ้าจะกลับไปเป็นแมวอีกครั้ง" นางฟ้าเตือน

The cat promised. The angel cast a spell. Suddenly, the cat turned into a lovely princess.

หลังจากแมวสัญญาแล้วนางฟ้าก็ร่ายเวทย์มนต์ ทันใดนั้น แมวก็กลายร่างเป็นเจ้าหญิงผู้น่ารักในทันที

When the prince met the princess, he at once fell in love with the princess and asked her to marry him.

เมื่อเจ้าชายพบเจ้าหญิงก็เกิดตกหลุมรักขึ้นมาในทันทีและยังได้ขอเธอแต่งงานอีกด้วย

As time went by, the princess couldn't hide her real nature.

เมื่อเวลาผ่านไปเจ้าหญิงก็เริ่มไม่สามารถซ่อนสัญชาตญาณแมวได้อีกต่อไป

At first, the prince was very surprised when he saw the princess scratching a chair with her nails.

ในตอนแรก เจ้าชายรู้สึกตกใจมากตอนที่เห็นเจ้าหญิงใช้เล็บข่วนเก้าอี้จนเกิดรอย

นิทานภาษาอังกฤษ

Later, he saw her climbing the wall of the palace.

ต่อมา เจ้าชายก็เห็นเธอปีนเล่นอยู่บนกำแพงปราสาท

One day, the prince was  surprised when he saw the princess holding a rat in her mouth and then eating it.

จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าชายรู้สึกตกใจมากที่เห็นเจ้าหญิงจับหนูไว้ในปากแล้วกินเข้าไป

Before he could say anything to her, princess suddenly turned into a cat because she broke her promise.

ยังไม่ทันที่เจ้าชายจะพูดอะไรออกไป เจ้าหญิงก็ดลายร่างกลายเป็นแมวในทันทีเพราะว่าเธอได้ผิดสัญญาที่ให้ไว้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ก่อนจะให้สัญญากับใครควรคิดให้ดีก่อนเสมอ

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นิทานเรื่องพ่อกับลูก

นิทานสั้น

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีครอบครัวๆหนึ่งอาศัยอยู่บริเวณชานเมือง ครอบครัวนี้ร่ำรวยมาก วันหนึ่งผู้เป็นพ่อต้องการที่จะออกไปเจรจาเรื่องการค้าขายในเมืองกับพระราชา ลูกชายเห็นเข้าจึงได้เอ่ยขึ้นว่า

"พ่อครับ นั่นพ่อจะไปไหนน่ะ"

"พ่อจะออกไปทำธุระในเมืองน่ะลูก" พ่อกล่าว

"งั้นข้าจะไปด้วย ข้าอยากเรียนวิชาค้าขายจากท่าน" ลูกกล่าว

"งั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ถ้าลูกยอมอยู่บ้านเฉยๆล่ะก็ กลับมาพ่อจะนำตำราลับของพ่อมาให้ลูกอ่านเลย"

ในที่สุด ลูกก็ยอมอยู่กับบ้านเฉยๆ จนกระทั่งผู้เป็นพ่อกลับมาบ้านก็เห็นภรรยาตนกำลังงัดและตู้เซฟในบ้านอยู่

"เจ้าทำอะไรน่ะ"

"ข้าก็จะนำตำราลับของท่านออกมาให้ลูกอ่านไงล่ะ"

"อย่านะ นั่นข้าแค่พูดเล่นเฉยๆ"

"ไม่ได้หรอก ถ้าท่านพูดแล้วกลับคำล่ะก็ลูกก็จะเลียนแบบท่านน่ะสิ"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ทุกคนควรรักษาสัจจะ

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นิทานเรื่องชายชรากับลาโง่

นิทานสั้น

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายชราคนหนึ่งอาศัยอยู่กัยลาและลูกสุนัข โดยที่ลานั้นได้กินอาหารที่ดีและอยู่ในคอกที่สะดวกสบายแต่ก็ต้องทำงานหนักเช่นกัน ในขณะที่ลูกสุนัขอาศัยอยู่ในบ้านกับชายชราโดยไม่ต้องทำงานอะไรเลย

นานวันเข้า ลาก็เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับลูกสุนัข มันเห็นลูกสุนัขวิ่งไปรอบๆชายชราและเอาลิ้นเลียใบหน้าของเขา มันจึงคิดได้ว่า "ถ้าข้าทำแบบนั้นบ้าง เจ้านายคงจะชอบข้าเป็นแน่" ว่าแล้วเจ้าลาก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านและพยายามตะเกียกตะกายเลียหน้าชายชรา จากนั้นมันจึงวิ่งไปรอบๆบ้าน

แต่ด้วยความที่มันตัวใหญ่ มันจึงชนเข้ากับเหยือกน้ำของชายชราจนตกลงมาแตก ชายชราโกรธมาก รีบเอาไม้เรียวไล่ตีลาทันที ลาร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดแล้วรีบหนีออกไปนอกบ้าน

วันต่อมา ลาก็ถูกลงโทษด้วยการให้อดอาหารและนอนตากแดดหนึ่งวันเต็ม มันพูดกับตนเองว่า "ข้าช่างไม่ดูตัวเองเอาเสียเลย ต่อไปข้าจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ก่อนจะทำอะไร ควรดูตัวเองเสียก่อนว่าทำได้หรือไม่

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นิทานเรื่องเสือสองตัว

นิทานสั้น

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเสือสองตัวเป็นเพื่อนรักกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ล่าเหยื่อด้วยกัน และคอยดูแลอีกตัวยามลำบากเสมอๆ

วันหนึ่ง มีภัยแล้งเกิดขึ้นทำให้เสือทั้งสองตัวขาดน้ำและอาหารอย่างหนัก มันทั้งสองเดินหิวโซไปตามภูเขา จนกระทั่งพบกับซากกระต่ายป่าตัวหนึ่งเข้า

ด้วยความหิว เสือทั้งสองตัวจึงเริ่มทะเลาะกันเรื่องอาหาร การต่อสู้เพื่อแย่งอาหารจึงเกิดขึ้น ในขณะนั้นมีนายพรานสองคนเดินผ่านมาเห็นเข้า พรานคนหนึ่งจึงกล่าว่า "ดูสิ เจ้าเสือสองตัวนี้กำลังต่อสู้กันอยู่ ถ้าเราเอาธนูยิงใส่มันตอนนี้ มันคงไม่ระวังตัวแล้วก็ต้องโดนลูกธนูแน่ๆ"

"เดี๋ยวก่อน" พรานอีกคนแย้ง "ถ้าเรายิงธนูใส่มันตอนนี้เราก็ต้องเสียลูกธนูไปสองลูก แต่ถ้ารอตัวนึงแพ้ไปก่อนแล้วค่อยยิงตัวที่ชนะ เราจะเสียลูกธนูแค่ลูกเดียวเท่านั้นนะ" พรานคนเดิมพูดต่อ

เมื่อการต่อสู้จบลง เสือตัวหนึ่งได้ตายไปส่วนอีกตัวก็บาดเจ็บไม่น้อย พรานจึงรีบยิงธนูใส่ทันที ในที่สุด พรานทั้งสองจึงได้เสือกลับไปขายถึงสองตัวนั้นเอง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การทะเลาะวิวาทอาจก่อให้เกิดผลร้ายได้มากมาย

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นิทานเรื่องชายหนุ่มนักดาบ


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายหนุ่มคนหนึ่งออกเดินทางไปเรียนวิชาดาบกับอาจารย์ในสำนักดาบซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเมืองหลวง

เมื่อเขาพบอาจารย์ ชายหนุ่มก็ได้ขอเป็นศิษย์ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปหนึ่งปี ชายหนุ่มคิดว่าตนได้เรียนวิชาดาบจนหมดสิ้นความรู้อาจารย์แล้วจึงได้กล่าวลาอาจารย์เพื่อกลับไปยังบ้านเกิด

อาจารย์ได้ยินดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะจัดงานเลี้ยงส่งชายหนุ่มคนนี้ขึ้นมา ระหว่างที่งานเลี้ยงกำลังดำเนินไปอย่างสนุกสนานก็มีมนุษย์หมาป่าตัวใหญ่ตัวหนึ่งโผล่ออกมา ศิษย์ทุกคนที่เห็นพากันหวาดกลัวยกเว้นแต่เพียงชายหนุ่มซึ่งเป็นศิษย์เอกเท่านั้น

ชายหนุ่มยื่นดาบชี้หน้ามนุษย์หมาป่าพร้อมกล่าวว่า "เข้ามาเลยเจ้าหมาป่า ข้าจะจัดการเจ้าซะ" ทันใดนั้นมนุษย์หมาป่าก็กระโจนเข้าใส่ชายหนุ่มและปัดดาบของเขาจนกระเด็นไป

ชายหนุ่มรู้สึกเสียใจในความอ่อนแอของตนพร้อมกับคุกเข่าลงด้วยความสิ้นหวัง ทันใดนั้น อาจารย์ก็หยิบดาบขึ้นมาและเข้าปะทะกับมนุษย์หมาป่า และในที่สุดก็สามารถจัดการมนุษย์หมาป่าได้ภายในดาบเดียว

ชายหนุ่มรู้สึกว่าตนเองคิดผิด จึงได้ตัดสินใจที่จะอยู่เรียนวิชากับอาจารย์ต่อไปนั่นเอง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า รู้น้อยอย่าคิดว่ารู้มาก

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นิทานเรื่องสองพี่น้องกับลูกเกาลัด

นิทานสั้น

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพี่น้องสองคนอาศัยอยู่ด้วยกันในป่า ทั้งสองคนชอบทะเลาะกันเป็นประจำ

วันหนึ่ง ทั้งสองคนออกไปหาของป่าด้วยกัน และก็ได้พบลูกเกาลัดลูกหนึ่งมีสีสันน่ากินมาก ทั้งสองจึงเถียงกันว่าใครควรจะได้เกาลัดลูกนี้

"ข้าเห็นเกาลัดก่อนเจ้านะ" คนเป็นพี่พูดขึ้น

"ไม่ ข้าต่างหากที่เห็นก่อน" คนเป็นน้องแย้ง

ในตอนนั้นเอง ก็มีชายแก่คนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นเข้าจึงกล่าวว่า "เจ้าหนูทั้งสอง เจ้าเถียงกันเรื่องอะไรรึ"

"ก็เจ้านี่น่ะสิ มันจะเอาเกาลัดที่ข้าเป็นคนพบไปกิน" คนเป็นพี่พูด

"ไม่ใช่นะ ข้าไม่ได้แย่งของใคร ข้าต่างหากที่พบก่อน" คนเป็นน้องเถียง

"เอาเถอะ ข้าจะเป็นคนกลางตัดสินให้เอง" ชายชรากล่าว

ว่าแล้วชายชราก็หยิบลูกเกาลัดขึ้นมาและจัดการผ่าเปลือกออกเป็นสองส่วนและแบ่งให้สองพี่น้องคนละครึ่ง แล้วจึงนำเนื้อเกาลัดเข้าปากตนเองพร้อมกล่าวว่า "เจ้าทั้งสองเห็นลูกเกาลัดก่อนก็เอาเปลือกไปละกัน ส่วนเนื้อข้างในนั้น ข้าเห็นก่อนพวกเจ้า ดังนั้นมันจึงควรเป็นของข้า"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นควรเจรจากับคู่กรณีให้สำเร็จก่อนที่จะมีคนกลางมาตัดสิน

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นิทานเรื่องลิงกับปลาโลมา

นิทานสั้น

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีลิงอยู่ตัวหนึ่งอาศัยอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ทุกๆวันมันจะเอาแต่เหม่อมองออกไปในทะเลพร้อมกับฝันว่าสักวันจะออกไปแล่นเรือท่องทะเลให้ได้

แล้ววันหนึ่ง ความฝันของมันก็เป็นจริง มันได้ต่อเรือเองจากไม้ในป่า แล้วแล่นเรือออกไปท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล แต่แล้วไม่นาน เรือของมันก็ถูกคลื่นยักษ์ซัดจนแตก

เจ้าลิงได้แต่ตะเกียกตะกายว่ายน้ำพร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือ โชคดีที่มีปลาโลมาตัวหนึ่งผ่านมาพอดี ปลาโลมาจึงช่วยชีวิตลิงไว้ได้ทัน

ปลาโลมาให้ลิงขี่หลังและว่ายอยู่บนผิวน้ำไปเรื่อยๆรอจนกระทั่งลิงตื่นขึ้น เมื่อลิงตื่นขึ้นพบว่าตนเองถูกช่วยเอาไว้ จึงได้กล่าวขอบคุณปลาโลมาและขอให้ช่วยพาไปส่งที่เกาะ ระหว่างเดินทาง ลิงได้พูดถึงเรื่องการพจญภัยของตนให้ปลาโลมาฟัง ซึ่งปลาโลมาก็ไม่ได้ว่าอะไร

จนกระทั่งพวกมันพบเกาะๆหนึ่ง "เจ้ารู้จักเกาะนั้นไหมเจ้าลิง" ปลาโลมาถาม

"รู้จักสิ ที่นั่นอุดมสมบูรณ์มากเลย ข้าน่ะพจญภัยมาเยอะ เลยรู้จักดีเลยล่ะ" ลิงกล่าวอย่างภูมิใจ

เพียงแค่มองดู ปลาโลมาก็รู้แล้วว่าเกาะนั้นไม่มีอะไรเลย มีแต่ความแห้งแล้ง และนอกจากนี้ ปลาโลมาเริ่มหมดความอดทนกับการพูดจาโอ้อวดของลิงเต็มทนแล้ว

ในที่สุด ปลาโลมาจึงปล่อยเจ้าลิงจอมโอ้อวดไว้กลางทะเลให้ว่ายน้ำไปเอง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่มีใครชอบคนที่โอ้อวด

วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นิทานเรื่องหมูป่าจอมเกเร

นิทานสั้น

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมูป่าตัวหนึ่งมีนิสัยเกเร ชอบแกล้งสัตว์ตัวอื่นๆไปทั่ว จนทำให้สัตว์ต่างๆพากันเดือดร้อนไปหมด เมื่อหมูป่าตัวนี้ไปที่ใด สัตว์ต่างๆก็จะพากันหลบซ่อน แต่ถ้าสัตว์ตัวไหนโชคร้าย หลบไม่ทัน ก็จะถูกหมูป่ารังแก และถ้าสัตว์ตัวใดวิ่งหนี หมูป่าก็จะวิ่งตามอย่างรวดเร็ว

วันไหนที่หมูป่าตัวนี้ไม่ได้แกล้งคนอื่น มันจะรู้สึกหงุดหงิดมาก

วันหนึ่ง สัตว์ต่างๆทนพฤติกรรมของหมูป่าตัวนี้ไม่ได้อีกต่อไป สัตว์ทุกตัวจึงมาประชุมกันเพื่อหาทางแก้ไข

"พวกเราต้องกำจัดเจ้าหมูป่าตัวนี้ออกไปจากป่าให้ได้" กระต่ายพูด

"ใช่ๆ ข้าก็คิดเช่นนั้น" ลิงกล่าวเสริม

"ข้าก็คิดเข่นนั้น แต่ใครจะไปสู้มันไหวล่ะ เจ้านั่นมันตัวใหญ่และแข็งแรงมากขนาดนั้น" กระรอกพูด

การหารือยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าหมูป่านั้นแข็งแรงเกินกว่าที่พวกสัตว์ต่างๆจะเอาชนะได้ ดังนั้นสัตว์ต่างๆจึงแยกย้าย และยังคงต้องดูแลตนเองต่อไป

วันหนึ่ง หมูป่าตัวเดิมได้เดินเข้าไปในป่าเพื่อหาสัตว์มารังแกตามปกตินั้น มันก็พบหน้าไม้ของนายพรานที่วางไว้ที่พื้น

ด้วยความหยิ่งยโส หมูป่าได้นำเท้าข้างหนึ่งของมันเหยียบไปที่หน้าไม้ ทำให้หน้าไม้พุ่งเสียบลำตัวหมูป่าถึงแก่ชีวิตในทันที

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนชั่วย่อมแพ้ภัยตนเอง